หน้าหลัก ข่าว ข่าวจากแดนไกล ภาษาวัยรุ่น ภาษาวิบัติน่าห่วงแค่ไหน?

ภาษาวัยรุ่น ภาษาวิบัติน่าห่วงแค่ไหน?

อีเมล พิมพ์ PDF


          ภาษาวัยรุ่น ภาษาวิบัติน่าห่วงแค่ไหน
?
       

                ภาษาทุกภาษา ก็จะมีวิวัฒนาการไปเรื่อย ๆ  โดยเฉพาะที่ใช้กันในกลุ่มเด็กวัยรุ่น ที่อังกฤษ ตอนนี้ ก็มีผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า ภาษาที่เด็กนิยมใช้ text กันไป text กันมาหรือคุยกันทางเว็บไซต์ social networking อย่างเช่น Facebook หรือ Myspace นั้น กำลังเข้ามามีอิทธิพลอย่างรุนแรง จนทำความรู้เรื่องคำศัพท์หดหายไปอย่างเห็นได้ชัด ข่าวบอกว่า ปกติแล้ว จากวัยเด็กเล็กไปจนถึงวัย16 ปี เด็กจะสามารถพัฒนาเรียนรู้คำศัพท์ได้ประมาณ 40,000 คำ แต่สมัยนี้ ที่ใช้ ๆ กันอยู่เป็นประจำนั้น มีเพียงแค่ 800 คำเท่านั้น                  
               
Jean Gross ที่ปรึกษาของรัฐบาลเกี่ยวกับการพัฒนาทางด้านการพูดของเด็ก บอกว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดทั้งวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้เด็ก ขาดทักษะในการสื่อสาร เธอบอกว่า เด็กวัยรุ่นประเภทนี้ มักจะประสบปัญหาเวลาสัมภาษณ์งาน และโอกาสที่จะได้งานมีน้อย           

     
                
 คุณกรอสยกตัวอย่างภาษาในละครตลก Catherine Tate Show ซึ่งได้รับความนิยมที่อังกฤษพอสมควร   พบว่าภาษาที่ Lauren ตัวเอกของเรื่อง พูด จะออกไปทางสำเนียง cockney ที่บางครั้งคนอังกฤษด้วยกันเอง ก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง   คุณกรอส เห็นว่า การให้เด็กดูโทรทัศน์มากเกินไป นอกจากจะทำให้ขาดทักษะด้านการสื่อสารแล้ว เด็กยังอาจจะลอกเลียนการพูดจาหรือพฤติกรรมที่มาใช้กับตัวเองอีกด้วย  ซึ่งเธอบอกว่า นอกจากสำเนียงการพูดแล้ว ความรู้เรื่องคำศัพท์ที่มีจำกัด จะทำให้โอกาสก้าวหน้าในชีวิต หดหายลงไปด้วย
                    
                  
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาบอกว่า ปัญหาสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเด็กมีความรู้จำกัดในเรื่องคำศัพท์ แต่อยู่ที่การนำมาใช้ โดยในแต่ละวันจะใช้กันจริง ๆ ก็เพียงแค่ประมาณ
800 คำเท่านั้น  นายโทนี่ แมคอีเนอร์รี่ ศาสตราจารย์ด้านอักษรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแลนคาสเตอร์ ได้ทำการวิเคราะห์คำศัพท์ที่เด็กวัยรุ่นใช้คุยกันทางเน็ต 10 ล้านคำ และจากบล็อกอีก 10,000 คำ พบว่า ที่ติดอันดับท๊อป 20 ได้แก่ คำว่า yeah, no และก็ but   ส่วนคำอื่น ๆ ก็มีคำแสลงอย่างเช่น  chenzed ที่แปลว่า เมา  spong แปลว่า silly หรือโง่ และ lol  ซึ่งเป็นคำย่อของ laugh out loud หรือหัวเราะเสียงดัง เป็นต้น                
                
คุณกรอส ยังบอกอีกว่า คาดว่าจะเริ่มรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจังในปีหน้าโดยจะเล็งเป้าไปที่เด็กชั้นประถมและมัธยม นอกจากนั้น เธอยังบอกต่อไปยังพ่อแม่หรือผู้ปกครองด้วยว่าให้จำกัดเวลาดูโทรทัศน์ของเด็กลงให้เหลืออย่างมากที่สุด
2 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน เพื่อที่ว่าสมาชิกภายในครอบครัวจะได้มีโอกาสพูดคุยหรือสื่อสารกันได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม John Bald ที่ปรึกษาด้านการสอนภาษาและอดีตผู้ตรวจสอบโรงเรียนหรือ Ofsted เห็นว่า การคิดภาษาของตัวเองขึ้นมาใช้ในกลุ่มวัยรุ่น ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เด็กวัยรุ่น ก็มีพฤติกรรมแบบนี้ตลอดมา เป็นธรรมชาติที่ต้องการแสดงออกให้ผู้ใหญ่หรือคนทั่วไปได้รู้ว่าพวกเขามีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่คุณกรอส ก็ยังเห็นว่า เด็กวัยรุ่นสมัยใหม่จำนวนมาก มีปัญหาเรื่องภาษา และทางรัฐ โรงเรียน ตลอดทั้งพ่อแม่ จะต้องร่วมมือกันหาทางแก้ไขเพื่อเพิ่มโอกาสก้าวหน้าให้กับพวกเขาในอนาคตได้   อย่างไรก็ตามยังมีเสียงสะท้อนจากเด็กวัยรุ่นจำนวนหนึ่งว่า พวกเขาไม่เห็นมีปัญหา และก็ยังพูดจากันตามปกติ และว่าผู้ใหญ่บางครั้ง คิดมากไปเอง เพราะฉะนั้น ก็ต้องคอยจับตาดูกันต่อไปว่า ในระยะยาวนั้นใครจะเป็นฝ่ายผิดฝ่ายถูก

              ฟังรายงานข่าวนี้จากคุณพัชรินทร์ วงศ์เสถียร ในรายการเพื่อนคนพันธ์มอ
              วันพฤหัสบดีที่
14 มการาคม  2553 เวลา 06.00 – 07.00 น.


แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2010 เวลา 00:00 น.  

เมนูหลัก

กระทู้ล่าสุด

แวะเข้ามาทักทายค่ะ
ศรีวรรณ จ.พิษณุโลก 24.12.2009 9:50
Re:การจัดรายการ
จเลิศ 21.12.2009 12:16

ฟังรายการย้อนหลัง

Login status



รู้จักเสียงไทย

ติดต่อเสียงไทย

เรียนรู้ / ฝึกอบรมกับเสียงไทย