ร่างกฎหมายเอาผิดคู่สามีภรรยาฐานทำร้ายจิตใจ
รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังเตรียมเสนอร่างกฎหมายฉบับหนึ่งให้สภาพิจารณาซึ่งหากผ่านความเห็นชอบร่างกฎหมายที่ว่านี้ จะมีผลให้คู่สามีภรรยาคู่ใดก็ตามที่ใช้วาจาดูถูกดูแคลนฝ่ายตรงข้ามอยู่บ่อยครั้ง ต่อไปอาจจะต้องถูกนำตัวไปขึ้นศาลฐานทำร้ายทางจิตใจกัน นี่ก็ถือว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลฝรั่งเศสที่จะใช้ข้อกฎหมายมาเป็นเครื่องมือห้ามไม่ให้สามีภรรยา หรือคนที่อยู่กินกันฉันท์คู่ ทำร้ายทางจิตใจกันอีกต่อไป ว่าแต่ว่าการจะพิสูจน์ว่าฝ่ายหนึ่งทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน เพราะมีคนไม่น้อยที่เกรงว่าศาลอาจจะไม่สามารถพิสูจน์ข้อกล่าวหาของคู่สามีภรรยาที่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันได้ง่าย ๆ อย่างไรก็ดี รัฐบาลฝรั่งเศสยืนกรานว่าจะอนุญาตให้ทางการจัดการกับสามี หรือภรรยาที่ถูกคู่ของตัวเองทำร้ายทางจิตใจหรือใช้วาจาถากถางซึ่งแน่นอนว่าจะไม่มีร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้ายให้เห็น แต่คนที่ถูกทำร้ายมักจะได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างหนัก
สื่อฝรั่งศสสัมภาษณ์ผู้หญิงฝรั่งเศสคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในกรุงปารีส ใช้นามสมมุติว่ากาเบรียลลา เธออายุแค่สามสิบต้น ๆ เธอเล่าให้ฟังว่าถูกอดีตแฟนทำร้ายทางจิตใจตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่ตอนที่เธอตั้งท้อง แฟนก็จะจิกกัดว่าอ้วนบ้าง ดูน่าเกลียดบ้าง พอเธอโต้กลับ แฟนก็จะบอกว่าพูดเล่น แต่เขาก็ไม่เคยหยุดพูดเล่นด้วยการใช้วาจาถากถางแบบนี้เลย จนมาวันหนึ่งที่คนทั้งสองทะเลาะกันในรถซึ่งลูกสาวนั่งไปด้วยกัน ฝ่ายผู้ชายนั้นนั้นโมโหจัดถึงขั้นทุบกระจกหน้ารถแตก ผู้หญิงคนนี้ก็ตกใจและหลุดปากพูดว่าชั้นจะบ้าแล้ว ปรากฏว่าฝ่ายแฟนรีบโต้กลับทันทีว่า อ้อ จะบ้าเหรอ งั้นผมจะขับรถพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาลบ้าซะเลย แล้วเขาก็ทำจริง ๆ ด้วย ขับรถไปปล่อยเธอทิ้งไว้หน้าโรงพยาบาลบ้า แล้วก็ขับออกไปทั้ง ๆ ที่ลูกสาวก็นั่งร้องไห้จ้าอยู่ในรถ ตอนที่กาเบรียลลาถูกอดีตแฟนทำร้ายทางจิตใจนั้น ในฝรั่งเศสยังไม่มีใครติดตรากฎหมายขึ้นมาเพื่อคุ้มครองคนที่ถูกทำร้ายทางจิตใจแบบนี้เลย ซึ่งเธอเองบอกว่าถ้ามีกฎหมายรองรับ เธอจะลากตัวอดีตแฟนไปขึ้นศาลแน่ ๆ
กรณีตัวอย่างที่เล่าให้ฟังไปนี้เชื่อว่าคงไม่ได้เกิดเฉพาะในฝรั่งเศสแน่นอน ทุก ๆ ประเทศในโลกคงมีประสบการณ์ไม่ต่างกัน และอาจจะคิดไม่ต่างกันว่าการออกกฎหมายกำหนดให้คนที่ใช้วาจาเชือดเฉือนทำร้ายจิตใจคนอื่นต้องถูกลงโทษนั้นน่าจะเป็นการดี อย่างไรก็ดี จิตแพทย์อย่าง ดร.มาเรีย ฟรองซ์ ฮิริโกเยน ก็แสดงความเป็นห่วงว่าอาจจะมีใช้กฎหมายไปในทางที่ผิดได้ เพราะอย่างที่บอกว่าคนที่ถูกทำร้ายทางจิตใจนั้นไม่มีบาดแผลให้เห็นมีแต่ความเจ็บช้ำน้ำใจภายในเท่านั้น จุดนี้ศาลควรหันมาพิจารณาโดยดูจากหลักฐานที่เกี่ยวเนื่อง เช่น เทปบันทึกเสียงการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ รวมทั้งการประเมินทางการแพทย์และทางจิตวิทยา อย่างไรก็ดี คุณโรรองต์ อิงเกอร์ ทนายความซึ่งสนับสนุนการออกกฎหมายที่ว่าก็บอกว่าการทำร้ายทางจิตใจระหว่างคู่สามีภรรยานั้น ไม่ใช่อาชญากรรมอย่างเดียวที่ยากต่อการพิสูจน์ปัจจุบันนี้เรื่องของการระราน ราวีกันในสถานที่ทำงานก็เป็นอาชญากรรมที่มีปัญหาในการพิสูจน์ความผิดเหมือนกัน ที่ผ่านมาคนเคยคิดกันว่ากรณีแบบนี้จะพิสูจน์ความผิดกันไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้มีกฎหมายสามารถเอาตัวคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ไปลงโทษได้แล้ว
การทำร้ายถากทางกันด้วยวาจานั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การทำร้ายกันทางร่างกายด้วย เพราะเมื่อปีที่แล้วรัฐบาลฝรั่งเศสถึงขั้นออกโฆษณารณรงค์ทางโทรทัศน์เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องนี้ ในโฆษณานั้นชี้ให้เห็นด้วยว่าการทำร้ายทางจิตใจนั้นเกี่ยวโยงกับการทำร้ายทางร่างกายด้วย ในฝรั่งเศสนั้น โดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละสัปดาห์จะมีผู้หญิงราว ๆ สามคน เสียชีวิตเพราะถูกสามีหรืออดีตสามีทำร้าย นี่ก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสมองว่าทางการเองควรจะเป็นฝ่ายเข้ามาจัดการปัญหาเรื่องนี้เพื่อป้องกัน หรือไม่ก็ลดจำนวนการทำร้ายทางจิตใจ ร่างกายลงให้ได้ คาดว่ารัฐสภาฝรั่งเศสคงจะผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้แน่ เพราะทั้งนายกรัฐมนตรีและ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็หนุนกันเต็มที่ นอกจากนี้กลุ่มองค์กรผู้หญิงที่นั่นก็ขานรับกันถ้วนหน้า
ฟังครอบครัวทั่วโลก กับคุณอิสริยา พรายทองแย้ม และคุณสุขเดช บุนนท์ ในรายการโลกของเรา
ได้ทุกวันพุธ เวลา19.30-20.00 น. ทางวิทยุไทยเพื่อเด็กและครอบครัวFM105.0 Mhz



เด็ก เยาวชน และครอบครัว 

