ตามรอยหม่อมราโชทัย ตอนที่เก้า
พระราชวังบักกิ้งแฮม และหอคอยกรุงลอนดอน
รายการตามรอยหม่อมราโชทัยที่เราเสนอเป็นประจำทุกเช้าวันศุกร์เป็นการนำสารคดีทางวิทยุที่เคยออกอากาศทางวิทยุบีบีซีกรุงลอนดอนเมื่อ 17 ปีก่อนมาเสนอใหม่เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสฟังรายการดี ๆ ที่มีเนื้อหามาจากหนังสืออ่านนอกเวลาของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งการนำรายการมาเสนอใหม่นั้น เราก็ได้นำข้อมูลใหม่ ๆ มาเพิ่มเติมเข้ากับรายการเดิมเพื่อให้ผู้ฟังในยุคปัจจุบันได้รับทั้งความรู้และความบันเทิง
หนังสืออ่านนอกเวลาเล่มนี้ คือวรรณคดีที่น่าอ่านเล่มหนึ่งของชาวไทย นั่นคือ “นิราศลอนดอน” ของหม่อมราชวงศ์กระต่าย อิศรางกูร ณ กรุงเทพ ซึ่งเป็นนามสกุลที่ท่านใช้อยู่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่สี่ อันเป็นยุคที่เรื่องราวของนิราศลอนดอนเล่มนี้กล่าวถึง เรื่องราวเกิดขึ้นในปีพุทธศักราช 2399 เมื่อรัชกาลที่สี่ทรงส่งคณะราชทูตไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศอังกฤษซึ่งในขณะนั้นอยู่ใต้การปกครองของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย หม่อมราโชทัยเป็นล่ามติดตามคณะราชทูตและได้เขียนบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้พบเห็นรวมถึงสถานที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ในกรุงลอนดอนกับเมืองใกล้เคียงออกมาให้พวกเราคนรุ่นหลังได้รับรู้ โดยเขียนออกมาในรูปของบทกลอน
รายการตามรอยหม่อมราโชทัยวันนี้เป็นตอนที่เก้าแล้ว ซึ่งหม่อมราโชทัยจะพาไปเที่ยวชม พระราชวังบักกิ้งแฮม ที่ประทับในกรุงลอนดอนอย่างเป็นทางการ และหอคอยแห่งลอนดอน สถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงลอนดอนที่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งคนอังกฤษเองและชาวต่างชาติ
“ตามรอยหม่อมราโชทัย” พาน้อง ๆ ไปเที่ยวหอคอยแห่งลอนดอน ดูเหมือนว่าทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยที่หม่อมราโชทัยไปลอนดอนเมื่อหนึ่งร้อยห้าสิบกว่าปีก่อน
หอคอยแห่งลอนดอนได้รับการบูรณะซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะตัว “ไวท์ ทาวเวอร์” ซึ่งเป็นตึกหลังแรกของสถานที่แห่งนี้ที่สร้างมาตั้งแต่ยุคของพระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิตเมื่อหนึ่งพันปีก่อน จุดที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือห้องเก็บมงกุฏและเครื่องราชกกุฏภัณฑ์ต่าง ๆ ของราชวงศ์อังกฤษ ตอนที่คุณสัญญา บุนนาคเคยไปเที่ยวหอคอยแห่งลอนดอนครั้งแรกเมื่อสามสิบปีก่อนนั้น ห้องเก็บมงกุฏหรือที่คุณสัญญาชอบเรียกว่า “ห้องเก็บโคตรเพชร” เป็นห้องเล็ก ๆ แต่ก็ได้รับการปรับปรุงขยายต่อเติมมาตลอดจนปัจจุบันนี้ ใหญ่โตทีเดียว แล้วก็ไม่ได้แสดงแต่บรรดามงกุฏหรือเครื่องเพชรด้วย เริ่มแรกก็จะเป็นห้องโถงเล็ก ๆ มีเก้าอี้ตั้งเรียงรายอยู่ตามข้างฝา ตรงพนักเก้าอี้แต่ละตัวจะเป็นตราประจำพระองค์ของพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษเริ่มตั้งแต่พระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิตหรือวิลเลียมที่หนึ่งแห่งราชวงศ์นอร์มันที่ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี ค.ศ. 1066 และถือกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษ เรื่อยมาจนถึงองค์ปัจจุบันคือสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบทที่สอง ถ้าใครได้ไปเที่ยวมาแล้วหรือกำลังจะไป ขอให้สังเกตว่าเขาทำเก้าอี้เผื่อเอาไว้อีกสองสามตัวด้วย เอาไว้สำหรับพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ต่อไปก็เลยยังไม่มีตราประจำพระองค์ติดอยู่
การเข้าชมห้องเก็บมงกุฎนั้น ก่อนได้ชมมีการเรียกน้ำย่อยนักท่องเที่ยว ด้วยการฉายวิดิโอพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบทที่สองซึ่งมีขึ้นเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน ทำให้เราทราบว่าพระราชพิธีนี้มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง สมเด็จพระราชินีหลังจากผ่านพิธีแล้วทรงสวมพระมงกุฏอะไร ทรงถือพระคธาชิ้นไหน เพื่อที่ว่าจะได้จำหน้าตาได้เวลาไปเห็นของจริงซึ่งตั้งแสดงอยู่ในห้องถัดไป พอเข้าไปถึงห้องแสดงมงกุฏและบรรดาเครื่องเพชรทั้งหลาย รับรองว่าทุกคนต้องลานตาทีเดียว เพราะมีเยอะมาก ตั้งแต่มงกุฏของสมาชิกในพระราชินีและสมาชิกในราชวงศ์ต่าง ๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน บริเวณที่จัดแสดง เขาคงทราบว่าคนต้องเดินชมกันอย่างช้า ๆ ก็เลยกลัวว่าการจราจรจะติดขัด เลยแบ่งโซนให้ชมเป็นสองโซน โซนที่อยู่ใกล้ตู้กระจกที่ใส่มงกุฏและเครื่องเพชรต่าง ๆ ก็ทำเป็นลานเลื่อนไปเรื่อย ๆ แบบช้า ๆ ส่วนโซนด้านหลังอยู่สูงหน่อย จัดเป็นที่ยืนชม ใครที่อยู่บนทางเลื่อนไปจนสุดทางก็สามารถเดินย้อนกลับมาเดินบนทางเลื่อนใหม่ก็ได้ หรือถ้าต้องการยืนดูมงกุฏชิ้นไหนอย่างพินิจพิจารณา ก็สามารถไปยืนอยู่บนโซนด้านหลังได้ ระยะห่างประมาณสองเมตรเท่านั้นเอง
รายการตามรอยหม่อมราโชทัยตอนนี้ มีการพูดถึงว่าสถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประหารชีวิตผู้คนมาแล้วมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือพระนางแอนน์ โบลีน พระมเหสีพระองค์หนึ่งในพระเจ้าเฮนรี่ที่แปดซึ่งทรงปกครองอังกฤษในสมัยศตวรรษที่สิบหก และทางอังกฤษเพิ่งมีการฉลองครบรอบห้าร้อยปีการขึ้นครองราชย์ของพระองค์ไปเมื่อ2552 นี่เอง พระเจ้าเฮนรี่ที่แปด ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีความสำคัญมากพระองค์หนึ่งกับชาวอังกฤษ มีพระมเหสีถึงหกพระองค์
นอกจากนี้ใกล้ๆกรุงลอนดอน มีสถานที่อีกหลายแห่งที่มีความเกี่ยวพันกับกษัตริย์อังกฤษพระองค์นี้นั่นคือ พระราชวังกรีนิช ตั้งอยู่ที่อำเภอกรีนิชชานกรุงลอนดอน แต่พระราชวังแห่งนี้ถูกไฟไหม้ทำลายไปหมดแล้ว มีการสร้างขึ้นมาใหม่แล้วก็ใช้เป็นโรงเรียนนายเรืออังกฤษ ปัจจุบันโรงเรียนนายเรือย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว เขาก็ดัดแปลงให้โรงเรียนนายเรือเดิมเป็นพิพิธภัณฑ์บ้าง ใช้เป็นโรงเรียนการดนตรีบ้าง เข้าไปเที่ยวชมได้ครับ แต่สถานที่ที่มีความเกี่ยวพันกับพระเจ้าเฮนรี่ที่แปดมากที่สุด ซึ่งขอแนะนำให้ไปเที่ยวถ้ามีโอกาสไปเยือนกรุงลอนดอน ก็คือพระราชวังแฮมป์ตันคอร์ต พระราชวังแห่งนี้เป็นวังที่ประทับของพระองค์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทมส์ ห่างจากใจกลางกรุงลอนดอนเพียง 20 กิโลเมตรเท่านั้น ไปมาสะดวกครับ ทั้งทางรถไฟและรถเมล์
พระราชวังแฮมป์ตันคอร์ต มีอะไรต่อมิอะไรให้ชมเยอะแยะ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวพันกับพระเจ้าเฮนรี่ที่แปด เช่นห้องท้องพระโรง ห้องที่ประทับส่วนนอกและส่วนใน และโรงครัวซึ่งเขายังเก็บรักษาเอาไว้และมีการจัดแสดงกระบวนการทำอาหารของพระราชวังอังกฤษในสมัยเมื่อห้าร้อยปีก่อนให้นักท่องเที่ยวชมเป็นประจำด้วย
พระราชวังแห่งนี้ได้รับการขยายต่อเติมมากมาย โดยเฉพาะในสมัยของพระเจ้าวิลเลียมแห่งออเร้นจ์กับพระราชินีแมรี่ซึ่งทรงปกครองอังกฤษร่วมกันในยุคศตวรรษที่17 สวนข้างพระราชวังนั้นได้ชื่อว่าเป็นสวนที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ถ้าไปเที่ยวในหน้าใบไม้ผลิ จะเห็นทุ่งดอกทิวลิบกับดอกแด๊ฟโฟดิลที่สวยงาม ถ้าเป็นหน้าร้อนก็จะเห็นดงดอกกุหลาบหลากหลายพันธุ์ ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณทีเดียว และมีต้นองุ่นอายุหลายร้อยปีให้ชมด้วย ซึ่งทุกปี องุ่นที่เก็บได้จากต้นนี้ก็นำไปผลิตเป็นไวน์ยี่ห้อวังแฮมป์ตันคอร์ต ขายให้กับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวชมด้วย
ก่อนจากกัน เราก็มีโปสการ์ดสวย ๆ ของกรุงลอนดอนมาฝากกันเช่นเคย แต่ต้องแลกกับการตอบคำถามง่าย ๆ คำถามวันนี้ คือพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษที่เพิ่งมีการฉลองการขึ้นครองราชย์ครบห้าร้อยปีไปเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมานั้น ทรงมีพระนามว่าอะไร ?
รู้แล้วก็ส่งคำตอบมาได้ที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน หรือตู้ ปณ.81 ปท.ดินแดง กรุงเทพ 10407
ภายในวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553



ท่องเที่ยว 

